Posted on

ธนาคารกสิกรไทยเตรียมเปิดตัว Application ใหม่ชื่อว่าขุนทอง

          บริษัทกสิกรไทยและมีการประกาศออกสื่อเกี่ยวกับเรื่องของการสร้างแอปพลิเคชั่นใหม่ขึ้นมาเพื่อรองรับผู้ใช้งานที่เป็นกลุ่มที่ชื่นชอบการใช้งานผ่าน Social Media โดย Application ใหม่ที่มีการสร้างขึ้นมานั้นทางบริษัทกสิกรไทยเอง

ได้มีการร่วมมือกลับ  เคบีทีจี ซึ่ง  แอปพลิเคชั่นใหม่ที่ออกมานี้มีการระบุออกมาว่าจะเป็น Social chat bot เป็นลักษณะของการใช้งานเหมือนกับการพิมพ์ข้อความคุยกันใน Line โดยจะเป็นการผูก Application ตัวนี้ในระบบ LINE Application ซึ่ง Application นี้จะมีผลทำให้ลูกค้าที่เป็นลูกค้าของกสิกรไทยนั้นสามารถที่จะใช้บริการผ่านทาง Application LINE ได้เลย

โดยที่คุณไม่ต้องไปสลับหน้าจอการใช้งานไปใช้ที่ Application การโอนเงินโดยการใช้งานนั้นลูกค้าจะต้องมีการร่วมเป็นสมาชิกกับทางกสิกรไทยก่อนด้วยการ  @ขุนทอง เข้าไป หลังจากที่คุณเป็นสมาชิกของ@ขุนทอง เป็นที่เรียบร้อยแล้วหากคุณจะไปทำธุรกรรมอะไรก็แล้วแต่คุณก็ใช้ผ่านทางแอพพลิเคชั่นนี้ได้เลยเช่นเวลาที่คุณไปซื้อของกับเพื่อนๆ

หรือแม้แต่ไปกินข้าวกับเพื่อนๆแล้วจะต้องมีการหารค่าใช้จ่ายกันคุณสามารถที่จะเอาใบเสร็จนั้นมาทำการสแกนบาร์โค้ดแล้วระบบของ @ขุนทองจะทำการคำนวณให้คุณเองว่าเมื่อคุณมีเพื่อนทั้งหมดกี่คนคนจะต้องหารกันคนละเท่าไหร่และคุณยังสามารถที่จะจ่ายเงินด้วยการกดผ่านทางหน้าจอของ@ขุนทอง ได้เลยโดยที่คุณไม่ต้องย้ายไปกดหน้าแอพพลิเคชั่นของธนาคารซึ่งจะทำให้คุณง่ายต่อการใช้งานเพราะใช้แค่เพียง Application มีแอพพลิเคชั่นเดียวเท่านั้นคุณก็จะสามารถใช้งานได้หลายอย่างในหน้าเดียว 

       สำหรับแอปพลิเคชั่นใหม่นี้ทางกสิกรไทยได้มีการเพิ่มฟังก์ชันออกมาเพื่อรองรับคนรุ่นใหม่พี่ไม่อยากที่จะจับเงินสดแต่เป็นการใช้งานผ่านทาง Application ซึ่งที่จริงและวิธีการนี้หลายประเทศมีการใช้งานกันแล้วไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน หรือแม้แต่ประเทศไต้หวัน รวมถึงประเทศเกาหลีก็แล้วแต่คนส่วนใหญ่นั้นจะใช้ผ่านทางแอพพลิเคชั่นกันแล้ว

โดยพวกเขาจะไม่มานั่งจากเงินสดซึ่งวิธีนี้จะเป็นสิ่งที่ดีที่จะทำให้เรานั้นลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสโคโรนาได้ด้วยเพราะว่าไวรัสอาจจะติดมาทางธนบัตรดังนั้นการใช้จ่ายผ่านทางแอพพลิเคชั่นก็จะเป็นการลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคได้อย่างหนึ่งเช่นเดียวกันนั่นเอง  อย่างไรก็ตาม Application ที่เป็นลูกเล่นใหม่นี้ ทางธนาคารกสิกรไทย ยังไม่ออกมาให้ข้อมูลว่าประชาชนจะสามารถเข้าไปใช้งานได้ตอนไหน แต่หากเริ่มเปิดให้ใช้งานคงมีชาวโซเชียลสนใจบริการกันเยอะอย่างแน่นอน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   sagame

Posted on

ถ้าวันหนึ่งAiได้พัฒนามาถึงจุดสูงสุดอาจจะทำให้โก ถูกทำลาย

สำหรับเรื่องนี้เราจะต้องบอกก่อนเลยว่ามันอาจจะคลายกับหนังเรื่องหนึ่งที่เราน่าจะรู้จักก็คืออเวนเจอร์ส2ซึ่งจริงๆแล้วเราคิดว่าหนังเรื่องนี้มันก็ได้อิงเรื่องนี้อยู่เหมือนกันอิงในเรื่องAiอะไรอย่างนี้ถามว่าถามตามหลักทฤษฎีที่นักวิทยาศาสตร์หลายๆคนได้ไปตีความมาว่าคำพูดของ สตีฟฮอกกิ้น มันหมายความว่ายังไงมันก็จะตีได้หลายความหมายเราขอยกตัวอย่างอนาคตที่มันกำลังจะเกิดขึ้น

แน่นอนว่าในอนาคตยังไงหุ่นยนต์ก็ต้องมีชีวิตขึ้นมาได้หรือหุ่ยนต์มันก็จะเป็นเหมือนมนุษย์คนเรามีความคิดมีความรู็สึกได้หรือแม้แต่การงานมันก็จะมีหุ่นยนต์เข้ามาเกี่ยวข้องกันเยอะมากขึ้นทุกวันนี้เราต้องบอกเลยว่ามนุษย์เราการจ้างงานหรือการเข้าไปทำงานในที่บริษัทหรือว่าโรงงานต่างๆมันเริ่มลดน้อยลงไปเรื่อยๆ

เนื่องจากว่าเดี๋ยวนี้หุ่นยนต์มันได้ถูกพัฒนาขึ้นมาอยู่เรื่อยๆปัจจุบันหุ่นยนต์ที่ถูกพัฒนาเยอะที่สุดก็คือหุ่นยนต์แรงงานเพราะอะไร เพราะว่าหุ่นยนต์แรงงานนั้นมันไม่บ่นมันไม่พูดมันไม่เคยทำงานพลาดหรือคือเอาง่ายๆเลยหุ่นยนต์ยังไงมันก็คือหุ่นยนต์ ซึ่งเราก็ได้เข้าไปเห็นข่าวล่าสุดว่ามันได้มีร้านเบอร์เกอร์ที่หนึ่งอยู่ในสหรัฐอเมริกาที่เขาได้ผลิตหุ่นยนต์ขึ้นมาทำเบอร์เกอร์เพียงแค่เราเข้าไปกดเลือกว่าเราจะรับประทานเบอร์เกอร์อะไรพอกดเสร็จคุณก็แค่ไปยืนต่อแถวรอรับได้เลย

แต่ทุกวันนี้ต้องบอกเลยว่าค่าใช้จ่ายมันสูงคนก็เลยไม่ค่อยจะนิยมใช้กันแต่มันได้เป็นการเริ่มต้นขึ้นมาแล้วในตอนนี้แต่นอนว่าการจ้างงานมันจะน้อยลงในอนาคตอันใกล้นี้อีกประมาณ20ปีข้างหน้าการจ้างงานมันจะลดลงไปมากกว่าครึ่งและหุ่นยนต์มันจะเข้ามาอยู่ในโรงงานแทนและวันนั้นคนจะตกงานทั่วโลกเพิ่มมากขึ้นไม่ต่ำกว่า30-50%

เมื่อคนตกงานมากขึ้นและคนอยากได้งานก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเขาไม่มีการเปิดรับเข้ามาทำงานแล้วถ้าพูดถึงการทำงานโรงงานแต่บางงานมันก็อาจจะยากหน่อยที่หุ่นยนต์จะเข้าไปได้อย่างเช่นอะไรที่มันจะใช้ความคิดสร้างสรรค์แน่นอนว่าปัจจุบันหรือว่าอนาคตอันใกล้นี้หุ่นยนต์น่าจะทำไม่ได้แต่ในอีก100ปีใครจะไปรู้หุ่นยนต์มันอาจจะฉลาดกว่าเราก็ได้ใครจะไปรู้

ขึ้นชื่อว่าหุ่นยนต์มันก็ฉลาดไปตามตำรานั่นแหละในอนาคตหุ่นยนต์อาจจะถูกนำเอามาเป็นระบบของราชการอันนี้มันได้เป็นข้อที่ใหญ่หลวงมากๆคำว่าราชการแน่นอนว่ามันจะต้องเกี่ยวกับกฎหมายอย่างแน่นอนและมันอาจจะเป็นอะไรที่มันง่ายต่อทางราชการเป็นอย่างมาก

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   bk8

Posted on

โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนทั่วโลก

พิษโควิด-19 จะส่งผลกระทบกับการส่งออกของโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนทั่วโลก

          ในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ประชาชนนั้นต้องหันมาสนใจเกี่ยวกับจำนวนเงินในกระเป๋าของตัวเองมากยิ่งขึ้น หลายคนต้องมีการยกเลิกการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยเป็นการชั่วคราว เพราะต้องการสำรองเงินไว้เป็นค่าใช้จ่ายยามฉุกเฉิน ซึ่งหนึ่งในสินค้าฟุ่มเฟือยนั้นก็คือ การซื้อโทรศัพท์มือถือ ซึ่งก่อนหน้านี้ประชาชนมักจะมีการเปลี่ยนมือถือบ่อย

ถึงแม้ว่ามือถือนั้นจะยังคงใช้งานได้ดีก็ตาม เพราะต่างก็ต้องการที่จะใช้งานเทคโนโลยีให้ทันคนอื่น เมื่อมือถือออกมาจำหน่ายใหม่ มีลูกเล่นใหม่ใหม่ก็ย่อมอยากจะเปลี่ยนมาใช้งานเพื่อไม่ให้ out แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมีเรื่องของสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 เข้ามาทั้งโลกก็เกิดการปั่นป่วนและปัญหาที่ตามมาก็คือ เศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า

ซึ่งส่งผลให้ประชาชนต้องเตรียมแผนการใช้เงินของตัวเองให้รัดกุม ดังนั้นยอดการซื้อของของประชาชนโดยเฉพาะสินค้าฟุ่มเฟือยอย่างโทรศัพท์มือถือจึงมียอดการขายที่ลดลง  มีรายข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศชื่อดังได้มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการวิจัยเกี่ยวกับการส่งออกของมือถือ โดยเฉพาะมือถือพวกสมาร์ทโฟน ที่มีการส่งออกในปี ค.ศ. 2020 นั้น

มีจำนวนลดลงอย่างมาก โดยเมื่อมีการสำรวจตลาดแล้ว พบว่ามีการยอดการส่งออกของมือถือสมาร์ทโฟน เพียงแค่หนึ่งพันสองร้อยล้านเครื่องเท่านั้นเอง และหากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ก็ลดลงมามากถึง 12 % เลยทีเดียว ทั้งนี้การระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้น ส่งผลกระทบให้กับผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็นบริษัท Apple หรือแม้แต่บริษัทซัมซุง

และยังมีอีกหลายบริษัทที่มีการผลิตและจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ จำนวนการผลิตจำเป็นต้องผลิตน้อยลงเพราะต้องรอดูจำนวนผู้ซื้อด้วยว่ามีกำลังทรัพย์กันมากแค่ไหน และที่สำคัญในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 มากมากนั้นร้านค้าส่วนใหญ่จะมีคำสั่งให้ปิดบริการ ดังนั้นสาขาที่มีการจำหน่ายโทรศัพท์มือถือจึงไม่สามารถเปิดร้านเพื่อขายมือถือได้ 

ส่งผลให้ยอดการขายนั้นหยุดชงักและการหยุดการขายของร้านโทรศัพท์มือถือนั้นไม่ได้ปิดแค่ประเทศเดียว เพราะที่จริงแล้วทุกประเทศมีการสั่งปิดร้านขายมือถือทั่วโลกและเป็นเวลานานถึง 2เดือน-3 เดือนเลยทีเดีย

 แต่แน่นอนว่าในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโคโรน่านั้นทาง Apple เองก็ได้มีการเปิดตัวโทรศัพท์ iPhone รุ่นใหม่ซึ่งเป็นรุ่น S E ซึ่งมีการจำหน่ายในราคาที่ต่ำแล้วแต่อย่างไรก็ตามก็ยังได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรนาอีกอยู่ดีซึ่งประเทศจีนนั้นก็ได้มีการพูดคุยกับทาง Apple ให้มีการจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ iPhone 11 ในราคาที่ถูกลงเป็นการนำไปขายในประเทศจีนได้โดยหวังว่าการจำหน่ายโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ที่ออกมาในราคาที่ถูกจะช่วยประคับประคองสถานการณ์เศรษฐกิจเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือได้อย่างไร

ก็ตามหลังจากที่ทางการจีนนั้นสามารถที่จะควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรน่าได้ได้มีการรายงานส่งเข้ามาว่าประเทศจีนได้มีการติดต่อผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือในรายบริษัทที่ผลิตโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนขอเพิ่มจำนวนการสั่งซื้อมากขึ้นในช่วงประมาณเดือนเมษายนทำให้สถานการณ์การจำหน่ายโทรศัพท์มือถือเริ่มค่อนข้างที่จะฟื้นตัวได้เร็วขึ้นเนื่องจากว่าประเทศจีนนี้เป็นประเทศรายใหญ่ในการรับโทรศัพท์มือถือไปขายนั่นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   เว็บพนัน แจกเครดิตฟรี ไม่ต้องฝาก

Posted on

มีข่าวเม้าท์ให้แซดว่า Google Play Store คือที่สะสมของมัลแวร์

       โทรศัพท์มือถือของเรานั้นมักจะมีปัญหาเรื่องของข้อความที่ส่งมาโดยที่เราไม่ได้ไปทำการดาวน์โหลดแต่อย่างใดรวมถึงบางคนนั้นพบว่าโทรศัพท์มือถือของเขานั้นมีไวรัสเข้าเครื่องซึ่งไม่สามารถหาที่มาได้ว่าจริงๆแล้วไวรัสนั้นมาจากช่องทางไหนแต่ยังไงแล้วปัจจุบันเราก็เห็นนะว่าคนส่วนใหญ่นั้นมักจะมีการดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นมาใช้ในการใช้งานซึ่งแน่นอนว่ามีการค้นพบเกี่ยวกับข่าวที่น่าตกใจเป็นอย่างยิ่งว่าส่วนใหญ่และแอพพลิเคชั่นที่เราดาวน์โหลดมานั้น

จะถูกฝังมาไว้ข้างในยิ่งดาวน์โหลด Application ที่ใช้งานมากเราก็จะมีอยู่ในเครื่องของเรามากเช่นกันซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลช่วงประมาณปี 2019 ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนั้นมีการตรวจสอบพบว่ามี Application ประมาณ 14500 Application ด้วยกันที่เป็น Application ที่อันตรายมากเพราะว่าเมื่อใช้ Application ต่างๆเหล่านั้นแล้วพบว่าเป็น Application ที่มีมาแวรวมอยู่ในนั้นด้วยซึ่งถือว่าเป็น Application ที่อันตรายและไม่ปลอดภัยเลยทีเดียวในขณะเดียวกันสถิติข้อมูลของปี คศ 2020 กับพบว่าจำนวน Application ที่พบว่าอันตราย

เนื่องจากมีมัลแวฝังอยู่ข้างในนั้นเพิ่มมากขึ้นอีกเท่าตัวเพราะมีมากถึง 29000 แอปพลิเคชันเข้าไปแล้วในตอนนี้อย่างไรก็ตามมีทางผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลเกี่ยวกับเรื่องของ  upstream ไม่ออกมาพูดถึงเรื่องของ มัลแวร์ ว่า ก็ค้นพบว่าอุปกรณ์ของระบบปฏิบัติการ Android นั้นจะมีมาแวติดเข้ามาในเครื่องมากมายซึ่งเช็คแล้วมากถึง 11.2 ล้านเครื่องเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นยอดที่สูงมาก

ซึ่งถ้าเกิดนะเป็นเปอร์เซ็นต์ก็สูงมากขึ้นกว่าเดิมถึง 7 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียวหากเทียบกับในช่วงไตรมาสแรกแล้วซึ่งถ้าหากดูดีๆแล้วแต่เห็นว่าอุปกรณ์นั้นมีการป้องกันในเรื่องของมาไว้แต่อย่างไรก็ตามเราก็พบว่าถึงจะมีการป้องกันไว้อย่างดีแล้วแต่อุปกรณ์ของเครื่อง Android นั้นกระปุกเจาะข้อมูลเข้ามาได้ซึ่งก็เช็คข้อมูลดูดีๆก็พบว่าตัว Google Play Store นั่นเองที่เป็นผู้นำมาแวะเข้ามาไว้ที่ตัวเครื่องและแน่นอนว่าจากการที่เขามีการตรวจสอบ มัลแวร์ ที่มีชื่อเสียงติดอันดับ ท็อปเท็นก็จะเห็นว่ามัลแวร์ทั้ง 10 อันดับนี้มีฐานข้อมูลอยู่ใน Play Store

ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเราไปออกมานั่นหมายถึงว่าตัว  มัลแวร์ ตัวนี้สามารถที่จะผ่านการตรวจจับของ Google ได้นั้นเองและที่สำคัญสามารถผ่านมาที่เครื่องโทรศัพท์มือถือได้โดยที่ไม่ถูกฟ้องไปยัง Google เลยไม่มีรายงานว่า Application ที่ดาวน์โหลดมานั้นเป็น Application ที่ไม่ปลอดภัยและเมื่อต้นปี 2020 มีการตรวจสอบพบเพิ่มเติมด้วยว่ามีประมาณ 100 Application ที่เป็น Application เป็นที่นิยมมากสำหรับคนใช้เครื่อง Android จะเข้าไปทำการดาวน์โหลดมีมัลแวร์ฝังอยู่ข้างใน

 

สนับสนุนโดย  bk8

Posted on

สิ่งที่เรามักจะรำคาญเวลาในเห็นเฟสบุ๊ก 

             เชื่อว่าหลายคนคงเคยเป็นเหมือนกันเลยก็คือ เวลาที่เราเปิดเข้าไปดูข้อมูลในเฟสบุ๊กของเรามักจะเห็นโพสต์ของเพื่อนเราด้งขึ้นมาตลอด ซึ่งเราเองก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ถอนหายใจแล้ว

เลื่อนภาพหนีไป ซึ่งเรามาดูกันว่าอะไรบ้างที่ทำให้คนเรามักเบื่อและไม่อยากเห็นในฟีดของเฟสบุ๊กอยู่บ่อยบ่อย เผื่อว่าสิ่งเหล่านั้นเราก็อาจจะทำ ศึกษาไว้จะได้เอามาแก้ไขกับตัวเอง

  1. การที่คุณถ่ายรูปแล้วโพสต์รูปของตัวเองตลอดทั้งวันบางทีเพื่อนในเฟสต์ของคุณก็เบื่อที่จะเห็นกับทุกอริยาบทของคุณเหมือนกันนะคะถ้ามีวิวสวยสวยร่วมด้วยก็ว่าไปอย่างแต่ถ้าแม้ตอนกิน ข้าวแปรงฟันก็ยังเซลฟี่แล้วโพสต์ก็อาจจะเกินไปสักนิดค่ะ
  2. คนอีกประเภทที่ชอบออกมาเขียนชีวประวัตีชีวิตรักของตัวเองค่ะ ทะเลาะกับแฟนหรือสามีที่ไรก็ออกมาพูดเวิ้นเว้อได้ทุกครั้ง หากมีการออกมาระบายถึงความรักของคุณนานนานครั้งก็จะดูน่ารักดีค่ะ แต่ถ้าพูดถึงกันบ่อยทุกวันคนอ่านก็คงไม่ไหวเหมือนกันค่ะ หรือคนที่ชอบด่าแฟนของตัวเองลงบนเฟสบ่อยบ่อยนี่ก็ไม่ไหวเหมือนกันค่ะ
  3. พวกที่ขอบโพสต์อวด พวกข้าวของแพงแพง เพราะเพื่อนเพื่อนของคุณที่สนิทสนมกับคุณดีนั้น ย่อมรู้กันดีอยู่แล้วว่ากระเป๋าของคุณมีเงินมากน้อยแค่ไหน  ดังนั้นเวลาที่คุณโพสต์อะไรไปเพื่ออวดว่าคุณมีเงินซื้อ มีตังมากมายเพื่อนเขาเบื่อกันค่ะ เขาไม่อยากดู
  4. คนที่มาโพสต์ข้อความตลอดทั้งวันก็ไม่ไหวเหมือนกันนะคะ เพื่อตามกดไลฟ์ให้ไม่ทันคะ เพื่อนจะเบื่อเอาค่ะ สักวันละครั้งหรือสองถึงสามวันครั้งก็น่าจะพอนะคะ ไม่ต้องบ่อยมากค่ะ
  5. เวลาอารมณ์ไม่ดีชอบด่าคนอื่นฝากไปทางเฟสบุ๊ก และคำพูดที่ด่าก็หยาบเหลือจะรับไหว อันนี้ก็ไม่ควรเช่นกันค่ะ การที่จะให้คนอื่นมาเห็นอารมณ์ทางด้านมืดของคุณไม่ใช่สิ่งที่ดีนักนะคะ บางครั้งหากอารมณ์ไม่มีต้องโพสต์ค่ะ
  6. การที่ในเฟสบุ๊กของเรามีแต่เรื่องของตัวเราอย่างเดียวก็ไม่ทำให้เพื่อนสนใจนะคะ เพราะกิจกรรมของคนเราในแต่ละวันก็จะทำซ้ำซ้ำกันอยู่แล้ว ลองหาข้อมุลอื่น หรือภาพกิจกรรมของคนในครอบครัวมาลงบ้างก็ได้ค่ะ
  7. ไม่ควรโพสต์เรื่องการเมืองนะคะ เพราะคนเรามักจะชอบอะไรไม่เหมือนกัน ดังนั้น เรื่องของการเมืองนั้นควรละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจดีกว่าค่ะ เพราะคงไม่อยากมีใครมาร่วมแสดงความคิดเห็นกับคุณมากสักเท่าไหร่

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สมัครsagame

Posted on

การตั้งค่าโปรแกรม Line เพื่อไม่ให้คนรู้ว่าเรามีการกดติดตามอะไรไว้

    โปรแกรม LINE นั้นเป็นโปรแกรมที่มีการใช้งานเกี่ยวกับเรื่องของการแพทย์และการ Video Call คุยกันแต่ยังมีโปรแกรมอื่นๆมากมายที่สามารถใช้ผ่านโปรแกรม LINE ได้ซึ่งหนึ่งในเมนูนั้นก็คือการที่เราจะติดตามว่าในขณะนี้เรานั้นมีการติดตาม LINE official Account ของใครเอาไว้บ้างหากไม่อยากให้คนอื่นรู้ข้อมูลส่วนตัวนี้ของเราสามารถทำง่ายๆ

โดยการปิดข้อมูลซึ่งเชื่อว่าหลายคนอาจจะยังไม่เคยเข้าไปใช้โปรแกรมนี้กันมาก่อนดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการง่ายๆที่จะสามารถไม่ให้คนอื่นรู้ว่าเรากำลังติดตามใครไว้มีโปรแกรม Line มาดูกันว่าวิธีการที่บอกว่าง่ายๆนั้นมีขั้นตอนแบบไหนบ้าง

      อันดับแรกเลยถ้าหากเราไม่อยากให้ใครรู้ว่าเรานั้นกำลังติดตามใครอยู่หรือ LINE official อันไหนอยู่นั้นง่ายๆเลยให้เราไปที่โปรแกรม Line หลังจากนั้นให้เราเลือกไปที่หน้าหลักของโปรแกรม line กดสัญลักษณ์ที่เป็นสัญลักษณ์รูปเฟืองซึ่งสัญลักษณ์นี้จะแทนเมนูการตั้งค่านั้นเองเมื่อกดเข้าไปที่สัญลักษณ์นี้เรียบร้อยแล้วให้เราเลื่อนหน้าจอลงมาหาคำว่าทางไลน์

ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะอยู่บริเวณกลางหน้าจอและเมื่อเราเห็นคำว่าทำลายเรียบร้อยแล้วเราก็เลือกไปที่การตั้งค่าการติดตามหรือถ้าหากใครใช้เมนูภาษาอังกฤษแล้วเราก็ให้เลือกไปที่ settings หลังจากนั้นก็ให้เลือกไปที่ Timeline เสร็จแล้วเริ่มไปที่คำว่า Photo settings ซึ่งเมื่อเราเลือกไปที่การตั้งค่าการติดตามหรือ processing แล้ว

ในเมนูนี้เองมันจะมีช่องสี่เหลี่ยมให้เราออกหรือติดเข้าก็ได้ซึ่งถ้าเรากดติ๊กเครื่องหมายถูกเอาไว้ก็แสดงว่ามันจะแสดงข้อมูลให้คนอื่นเห็นได้แต่เมื่อใดก็ตามที่เราไม่อยากแสดงให้คนอื่นเห็นเราก็แค่เพียงไปเอานาฬิกาปลุกพรุ่งนี้ออกแค่นั้นรับรองได้ว่าใครหน้าไหนก็ไม่สามารถเข้ามาเห็นข้อมูลส่วนตัวของเราได้ว่าเรามีการติดตามอะไรเอาไว้ในบัญชีไลน์ของเราบ้าง

ซึ่งโดยปกติแล้วเมนูนี้ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้มีใครจะซีเรียสมากนักว่าเราจะมีการเข้าไปติดตามอะไรหาก official Online ที่เรามีการติดตามนั้นไม่ใช่เรื่องที่ควรจะต้องปิดบังแต่สำหรับบางคนอาจจะอยากปิดบังคนรักไม่ค่อยเข้ามาเห็น official Online อันนี้ก็สามารถที่จะเข้ามาปิดที่เมนูนี้ได้เลย

           เห็นไหมคะว่าจริงๆแล้วโปรแกรม LINE นั้นมีรูปได้มากมายหลากหลายเราสามารถจะโชว์ข้อมูลให้คนอื่นดูก็ได้หรือเราสามารถที่จะปิดบังไม่ให้ใครรู้ก็ได้ซึ่งหากเราเข้ามาที่เมนูนี้รับรองได้เลยว่าไม่มีใครจับได้แน่นอน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8 john terry

Posted on

ร้านทองปรับตัวรับ New Normal

ยุคเศรษฐกิจใหม่ที่กำลังจะเปลี่ยนไปที่มีชื่อว่า New Normal ที่เกิดขึ้นตามมาหลังจากที่เกิดภาวะวิกฤติเศรษฐกิจซึ่งมาจากผลกระทบของไข้ไวรัสโควิด19 ที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้

ซึ่งแต่ละธุรกิจแต่ละองค์กรต้องมีการปรับตัวกันอย่างมากมาย เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจของแต่ละองค์กร และความปลอดภัยของตัวบุคคล ไม่เว้นแม้กระทั่งร้านทอง ที่มีอยู่มาชั่วลูกชั่วหลาน จากเดิมที่เช้ามาใครอยากจะซื้อทองก็ไปตามร้านแถวถนนเยาวราช สักบ่ายสามร้านก็ปิด พอยุคเปลี่ยนไปห้างทองเริ่มมีตามห้างสรรพสินค้า

ทำให้ใครก็ตามที่อยากซื้อทองก็จะสามารถหาซื้อได้ง่ายขึ้น หลังเลิกงานห้าโมงเย็นก็ยังไปห้างซื้อได้ทัน แต่ยุค New Normal ที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้นั้น เทรนด์การซื้อออนไลน์ก็มีการปรับตัวรับกระแสความบูม ซึ่งทางด้านประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วาย แอล จี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้นำเข้าและส่งออกทองคำแท่งของไทย ได้เปิดเผยว่า

ในช่วงหนึ่งถึงสองเดือน ที่ต้องเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อเป็นการหยุดการแพร่ระบาดของไข้ไวรัสนั้น ได้มีการพบว่าการซื้อขายทองคำออนไลน์เป็นหนึ่งในสินค้าที่นักลงทุนหันมาให้ความสนใจกันมากขึ้น โดยมีการซื้อในรูปแบบของการลงทุนและการซื้อเพื่อเป็นของขวัญและเครื่องประดับ ซึ่งผู้บริโภคได้เปลี่ยนพฤติกรรมจากเดิมที่เดินทางมาซื้อที่ร้านทองเปลี่ยนหันไปเป็นการซื้อแบบออนไลน์มากขึ้น โดยส่วนหนึ่งมองว่ามาจากการใช้ชีวิตของผู้คนยุคปัจจุบันที่ไม่มีเวลาเดินทางไปหน้าร้าน

เพราะติดปัญหาด้านการเดินทาง และช่วงเวลาที่ร้านเปิดนั้น เป็นช่วงเวลาการทำงานของหลายๆคน ดังนั้นการซื้อในช่องทาองออนไลน์และสามารถซื้อได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงนั้น แม้ว่าจะเลิกงานตอนกลางคืนก็สามารถซื้อทองในช่วงกลางดึกได้ สามารถส่งเป็นของขวัญพิเศษให้กับคนพิเศษได้ตามเวลาที่ต้องการทันที และที่สำคัญในส่วนของการซื้อ

เพื่อทำเป็นการลงทุนนั้นการซื้อแบบออนไลน์ก็มีความสะดวกปลอดภัย เพราะซื้อได้ในเวลาเดียวกันกับตลาดต่างประเทศที่เปิดทำการซื้อขาย และยังสามารถฝากทองไว้กับผู้ค้าได้อีกด้วย ทั้งนี้ในร้านขายทองต่างๆนั้นก็เริ่มมีการปรับระบบการให้บริการเพื่อรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เกิดขึ้น ด้วยมีการเพิ่มทีมงานดิลิเวอรี่

ในการจัดส่ง รวมถึงการให้บริการผ่านไปรษณีย์ที่ให้การรับรองด้านความปลอดภัย และมีใบรับประกันให้กับลูกค้า เมื่อลูกค้าได้รับสินค้าแล้วไม่พอใจสามารถส่งกลับมาโดยระบบดิลิเวอรี โดยที่ลูกค้าไม่จำเป็นต้องเดินทางมาเปลี่ยนที่หน้าร้าน ซึ่งบริการก็มีให้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง สามารถกดซื้อและจ่ายเงินผ่านสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk888

Posted on

Google ใจดีประกาศให้พนักงาน work from home ได้จนถึงสิ้นปี63

        อย่างที่เรารู้กันดีว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาปัจจุบันนี้มีแพร่หลายทั่วโลกซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้ประชาชนในทุกประเทศทั่วโลกต่างพากันติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเป็นจำนวนมากโดยถ้าเป็นจำนวนยอดผู้ที่ติดเชื้อทั้งโลกรวมกันแล้วสูงขึ้นเป็นมากกว่า 4ล้านคนเลยทีเดียวและในขณะเดียวกันจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตก็มีเป็นหลักแสนคนขึ้นไป

แล้วในตอนนี้ดังนั้นบริษัทร้านค้าต่างๆจึงต้องหานโยบายเพื่อที่จะป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโดยทางการได้มีการขอความร่วมมือจากบริษัทต่างๆทั่วโลกเกี่ยวกับการทำงานของพนักงานว่าหากเป็นไปได้สามารถอนุญาตให้พนักงานทำงานที่บ้านได้โดยมีโครงการเป็น work from home

ซึ่งโครงการนี้ได้มีการร่วมมือกันในหลายประเทศเพื่อให้พนักงานของตนเองไม่ต้องออกมาเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโคโรน่าที่ทำงานหรือระหว่างการเดินทางมาที่ทำงานนั่นเองซึ่งปัจจุบันเองประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในนั้นที่พนักงานได้ทำงาน work from home แต่การทำงานในลักษณะนี้ทางบริษัทเองยังไม่ได้มีมาตรการว่าจะสามารถให้กลับไปทำงานที่บริษัทได้เมื่อไหร่ซึ่งในขณะนี้หลังจากที่ประเทศไทยได้มีการปรับดาวน์ธุรกิจบางส่วนก็ทำให้บริษัทเรียกตัวพนักงานกลับไปทำงานที่บริษัทบ้างแล้ว

ส่งผลให้การเดินทางในช่วงนี้ของประเทศไทยมีจำนวนผู้คนออกมาเดินทางไปทำงานในช่วงเช้าและช่วงเย็นกันอย่างหนาแน่น ซึ่งก็อาจจะเป็นความเสี่ยงที่จะทำให้ประชาชนที่ออกเดินทางในช่วงเวลานี้ติดเชื้อไวรัสได้ดังนั้นบริษัท google ซึ่งเป็นบริษัทที่มีพนักงานอยู่ทั่วโลกของทุกประเทศจึงได้อนุมัติการทำงานของพนักงานว่าให้พนักงานสามารถทำงานอยู่ที่บ้านได้

โดยที่ไม่ต้องเดินทางมาที่บริษัทเนื่องจากการทำงานของบริษัท Google นั้นโดยปกติแล้วก็ทำงานผ่านทางคอมพิวเตอร์ซึ่งสามารถสื่อสารกันได้ผ่านทางวีดีโอคอลหรือการประชุมผ่านทาง Google Meet   โดยพนักงานของ Googleจะทำงานอยู่ที่บ้านจนถึงสิ้นปี63กันเลยทีเดียวทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้พนักงานของบริษัทต้องออกมาเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าและวิธีการทำงานที่บ้านนี้ก็เป็นวิธีการดำเนินชีวิตในรูปแบบใหม่ของประชาชนทุกคนที่ในช่วงนี้อาจจะต้องทำกัน

ซึ่งถ้าหากสถานการณ์การระบาดกล่องไวรัสโคโรน่าดีขึ้นก็อาจจะมีการประกาศยกเลิกการทำงานที่บ้านหรือถ้าหากการทำงานที่บ้านไม่ได้มีปัญหาอะไรและทำงานได้ดีเหมือนกับทำงานที่บริษัททางบริษัท Google เองก็อาจจะมีนโยบายให้พนักงานทำงานที่บ้านตลอดไปเลยก็ได้ซึ่งการอนุมัติให้พนักงาน work from home ที่บ้านได้นั้น

ไม่ใช่แค่เพียงบริษัท Google บริษัทเดียวเท่านั้นที่อนุญาตให้ทำที่บ้านได้จนถึงสิ้นปี 63 ก่อนหน้านี้ก็มีบริษัทหลายบริษัทเช่นบริษัท Facebook Link ก็ได้มีการประกาศให้พนักงาน work from home จะถึงสิ้นปีเช่นเดียวกัน

 

ขอขอบคุณ bk8  ที่ให้การสนับสนุน

Posted on

รวมข่าวอัพเดทเกี่ยวกับไอที

สำหรับ Microsoft ได้เปิดตัวออฟฟิศ 2019 Commercial Preview ซึ่ง Preview นั้นแปลว่ายังไม่ขายให้คุณทำการลองใช้เฉยๆ นะคะซึ่งมันจะเป็นเวอร์ชั่นของภาคธุรกิจ โดยที่ไมโครซอฟท์หวังที่จะ มีการผลักดันให้ มีฟีเจอร์ใหม่ๆ โดยให้มีการเท่าเทียมกับ office 365 ซึ่งมีความสามารถด้านออนไลน์ให้เยอะขึ้นนะคะ

ฟีเจอร์ใหม่ๆที่นอกเหนือจากออนไลน์ ก็มีดังต่อไปนี้

อย่างแรกนั่นก็คือ การวาดเขียนที่มีการปรับปรุงใหม่โดยรองรับ ปากกาเช่นการเอียงปากกา ความไวต่อแรงกดได้มากขึ้น สำหรับใครที่ใช้ ก็คงจะมีความชื่นชอบเลยนะคะ

ถัดมาก็คือเครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูลใน Excel นะคะไม่ว่าจะเป็นสูตรแบบใหม่หรือเป็น แผนภูมิภาพหรือกราฟในรูปแบบใหม่ และนอกจากนั้นก็เป็นตัว Power bi นะคะ Feature ในการ present แบบใหม่ ใน PowerPoint ซึ่งเรานั้น ก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าหน้าตามันออกมาเป็นอย่างไร

สุดท้ายนะคะมีการรองรับระบบของ Click to Run แทนการติดตั้งแบบ installer ซึ่งถ้าหากคุณนึกไม่ออกว่ามันเป็นแบบไหน แบบเก่านั่นก็คือดับเบิ้ลคลิก เน็กๆๆสำหรับเวอร์ชั่นใหม่คือแบบ Click to Run นั่นก็คือแตะ แล้วก็ Install เหมือนแอปนั่นแหละคะ ก็สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปติดตั้ง และก็ ทดลองเล่นตัว Commercial Preview ตัวนี้กันได้เลยนะคะ

เราจะไปพาคุณไปทำความรู้จักกับ  Arrow Train

ซึ่งเจ้าตัว Arrow Train นี้ นั่นก็คือตัวรถไฟที่ทางจีน ได้ร่วมกันพัฒนากับประเทศญี่ปุ่น และมันก็ได้ถูกออกแบบให้มีความเร็วได้สูงสุด 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งมันเร็วกว่าเซี่ยงไฮ้แม็กเลฟอีกค่ะ ซึ่งเจ้าของสถิติเก่าในการทำความเร็วเนี่ย ได้ 430  กิโลเมตรต่อชั่วโมง

และจุดเด่นที่เห็นได้ชัดนั่นก็คือ มันจะมีสปอยเลอร์เป็นแบบท่อลม และมีการติดตั้ง กับโครงสร้างของห้องโดยสาร มีสปอยเลอร์ที่เปรียบเสมือนกับปีกของรถไฟ ช่วยเพิ่มให้แรงยกในตัวของรถไฟ ทำให้มันเคลื่อนที่ไปตามทางโดยการ ลอยเหนือรางขึ้นมาค่ะ สำหรับเทคนิคการบินแบบนี้มันจะเป็นการช่วย ให้มันลดในการใช้พลังงานลงไป ได้ค่อนข้างมากเลยนะคะ

ซึ่งมันจะมีอยู่ 3 วิธีด้วยกัน ที่เป็นการสร้างกระแสไฟนั่นก็คือ

1.จากแผงโซล่าเซลล์

2.พัฒนาลมจากมอเตอร์

3.พัฒนาพลังงานที่เกิดจากการ เสียดสีระหว่างเนื้อโลหะกับอากาศ

Arrow Train จะนำมาใช้ในญี่ปุ่น ในปี 2025 คะ ซึ่งเส้นทางแรกที่จะทำการบินนั้นโดยจากสนามบิน ฮาริตะ ด้วยความเร็วทั้งหมด 400 กิโลเมตร ต่อชั่วโมงค่ะ ทำให้การเดินทางจากโตเกียวถึงโอซาก้าใช้เวลาเพียงแค่ 1 ชั่วโมงเพียงเท่านั้นนะคะ

 

สนับสนุนโดย  next88 line

Posted on

พิพิธภัณฑ์นักเขียนอเมริกา

เมื่อ2ปีก่อนนี้เอง นครชิคาโก ได้มีของใหม่ ก่อตั้งขึ้นกลางเมืองอันใหญ่โตนี้ นั่นก้คือ “พิพทธภัณฑ์นักเขียนอเมริกัน” ที่ได้ก่อตั้งและเปิดทำอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ค.ศ.2017 โดยที่มีคนสำคัญของเมืองนี้หลายคนเลยที่มาร่สมงาน คนหนึ่งคนนั้นก้คือนายกเทศมนตรีชิคาโก นายราห์ม เอ็มมานูเอ็ล

สหรัฐอเมริกา มีพิพิธภัณฑ์ประเภทต่างๆ แยกย้ายกันอยู่ในเมืองสำคัญต่างๆ ของประเทศหลายแห่ง แต่ไม่ได้มี พิพิธภัณฑ์นักเขียน มาก่อนเลย ดังนั้น พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงเป็นที่แห่งแรกของประเทศที่เกี่ยวกับนักเขียน ที่มาของการตั้งพิพิธภัณฑ์นักเขียนในสหรัฐอเมริกา มาจาการที่เมื่อ10 ป่อนนักธุรกิจชาวอเมริกันเชื้อสายไอริชคนหนึ่งในนครหลวงอเมริกา คือที่กรุงวอชิงตัน ชื่อ โอเฮแกน ได้ไปเยี่ยมถิ่นบรรพบุรุษที่เมืองดูบลินประเทศไอร์แลนด์ ได้มีโอกาสได้ไปดูพิพธภัณฑ์นักเขียนของไอร์แลนด์และเกิดชอบใจมาก อยากให้มีพิพิธภัณฑ์นัเขียนขึ้นบ้างที่สหรัฐอเมริกา

จึงเอาความคิดกลับมาทำให้เป็นความจริง โดยดำเนินการชักชวนองค์กรธุรกิจเอกชนให้มาร่วมลงขันบริจาคเงินสร้าง พิพิธภัณฑ์นักเขียนอเมริกันขึ้น และเขาก็ประสบความสำเร็จ เพราะหาเงินลงทุนมาได้ถึง10,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ จึงได้จ้างบริษัท Amaze Design of Boston จัดระดมนักเขียน ผู้จัดพิมพ์ นักวิชาการ และครู กับคนขายหนังสือ จากหลายแห่งหลลายที่ มาช่วยกันคิด ในที่สุดมีมติเลือก นครชิคาโก เป็นสถานที่ที่จัดพิพิธภัณฑ์ นักเขียนอเมริกาขึ้น โดยมีเหตุผลให้ว่า

ชิคาโก เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวมากแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา และที่สำคัญก็คือ มีชื่อว่าเป็นเมืองที่มีความผูกพันกับนักเขียนและวรรณกรรมมากแห่งหนึ่งด้วย

พิพิธภัณฑ์นักเขียนอเมริกันแห่งนี้ ตั้งขึ้นบริเวณกลางนครชิคาโก จริงๆคือ ตั้งอยู่ด้านเหนือบนถนนมิชิแกน เลขที่ 180 ตอนแรกเรานึกว่าเราจะต้องเสียเวลาไปหาอยู่นาน เดินทางไปโดยรถไฟฟ้า ฟังดูโก้หรู จริงๆก็คือรถขนส่งมวลชลราง ของนครชิคาโก นั้นมักจะเป็นรถลอยฟ้า มากกว่ารถใต้ดิน เมื่อลงจากรถแล้วเดินออกมาทางทะเลสาบถึง

ถนนสายสุดท้ายที่มีอาคาร และขนานกับสวนสาธารณะที่มีทะเลสาปอยู่ถัดไป ถนนี้ก็คือถนนมิชิกนนั่นเอง มีโรงแรมและศูนย์วัฒนธรรมตั้งอยู่